บุคคลทั่วไป

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Liftestyle

*
  • *
  • 289
  • +2/-0
MERCEDES BENZ SLC300 AMG DYNAMIC
« เมื่อ: 30/ต.ค./16 08:06น. »

[html]                

R172 คือรหัสตัวถังของรถโรสเตอร์เปิดหลังคารุ่นล่าสุดจาก Mercedes Benz ห้วงเวลาของการไมเนอร์เชนจ์ในโมเดล SLK นั้นผู้บริหารของค่ายดาวสามแฉกใช้แนวคิดการปรับเปลี่ยนสัญลักษณ์อักษรของรุ่นมาเป็น SLC โดยทำการเปิดตัวในช่วงต้นปี ค.ศ. 2016 นี่คือจักรกลเปิดหลังคาแบบสองที่นั่งรุ่นล่าสุดของแบรนด์ตราดาว มันมาพร้อมกับการย่อขนาดเครื่องยนต์ การปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของตัวรถเพียงน้อยนิดเนื่องจากทรงของตัวถังในรหัส R172 นั้นมีความลงตัวอยู่แล้ว

 
      
      
      
      
      
      
      
      
 

ยุทธศาสตร์การลดขนาดเครื่องยนต์ของ Mercedes Benz เดินมาถึงช่วงที่มีความสำคัญ จากเครื่องยนต์ไซส์โตความจุเยอะแบบ V8 ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ถูกประจำการอยู่ในรถสปอร์ตรุ่น SLK พอมาถึงรุ่นปรับโฉม SLC แบรนด์ตราดาวได้ทำการปรับลดขนาดของเครื่องยนต์ใน SLC เวอร์ชั่น AMG ส่วนรุ่นมาตรฐานนั้น วางเครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบพร้อมเกียร์ใหม่ 9 สปีด เป็นเครื่องยนต์ที่ถูกปรับให้มีทั้งความแรงและความประหยัดควบคู่กันไป

 
      
      
      
      
      
      
 

เครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ วางตามยาวโดยร่นตำแหน่งของเครื่องให้เข้าไปใกล้กับจุดศูนย์กลางของห้องโดยสารเพื่อการกระจายน้ำหนักที่สมมาตร จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลงกว่าเดิมเล็กน้อยช่วยเพิ่มความเสถียรขณะทำความเร็ว และช่วยทำให้การเลี้ยวมีความเฉียบคมแม่นยำมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ 2 ลิตรเทอร์โบความจุ 1,991 ซีซี ทวินแคม 4 วาล์วต่อสูบ มีอัตราส่วนกำลังอัด 9.8:1 ระบายความร้อนด้วยน้ำ

 
      
      
      
      
      
      
      
      
 

ส่วนระบบอัดอากาศเทอร์โบแบบแปรผันนั้นมีชุดลดอุณหภูมิอินเตอร์คูลเลอร์ช่วยลดอุณหภูมิของไอดีก่อนที่จะประจุเข้าไปในห้องเผาไหม้ สร้างกำลังในรูปของแรงม้าได้ 180 กิโลวัตต์ หรือ 245 แรงม้า ในย่าน 5,500 รอบต่อนาที แรงฉุดลากหรือแรงบิดเมื่อเทียบกับ SLK200 AMG นั้นเพิ่มขึ้นพอสมควรที่ 370 นิวตันเมตร หรือ 37.7 กิโลกรัม/เมตร หรือ 273 ปอนด์-ฟุต ที่ 1,300-4,000 รอบต่อนาที SLC300 AMG เร่งจาก 0-100 ใน 5.8 วินาที โดยมีความเร็วปลาย 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่ SLK200 AMG รุ่นเก่านั้นวางเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร เทอร์โบ 184 แรงม้า ที่ทำแรงบิดได้ 270 นิวตันเมตร เร่งจาก 0-100 ใน 7.2 วินาที

 
      
      
      
      
      
      
      
      
 

สำหรับความเร็วสูงสุดนั้น SLC300 AMG ทำได้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วน SLK200 ทำได้ 237 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากตัวเลขสมรรถนะจะเห็นได้ว่ารถรุ่นน้องอย่าง Mercedes Benz SLC300 AMG นั้น มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Mercedes Benz SLK200 AMG อยู่พอสมควร ราคา 3.6 ล้านบาทของ SLK200 ก็ยังต่ำกว่า SLC300 AMG ที่เปิดราคา 3.99 ล้านบาท แพงกว่าถึง 3 แสนบาท ซึ่งเป็นราคาของเครื่องยนต์ใหม่ เกียร์ 9 สปีดลูกใหม่พร้อมไฟหน้าไฟท้าย ฝากระโปรงหน้าแก้มข้างและงานตกแต่งภายในแบบใหม่พร้อมประสิทธิภาพที่แตกต่างจากรถรุ่นเก่าอยู่พอสมควร

 
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
 

รูปลักษณ์ใหม่ของ SLC300 AMG Dynamic เริ่มจากส่วนหน้าที่มีการปรับเปลี่ยนไฟหน้าแบบใหม่ Mercedes Benz Adaptive LED สปอยเลอร์หน้า ไฟหรี่ LED Daytime Running Lights อยู่ภายในกรอบไฟหน้าแบบใหม่ ไฟตัดหมอกของ SLC300 AMG ก็ยังถูกปรับรูปแบบกลายมาเป็นไฟตัดหมอกแบบ LED กระจังหน้าใหม่คล้ายกับ Mercedes Benz A250 AMG ส่วนทรงของด้านข้างยังเหมือนเดิมเนื่องจากใช้แพลตฟอร์มของ SLK200 AMG R172 ล้ออัลลอย AMG ลายใหม่แบบก้านถี่ ขนาด 18 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตคุณภาพสูงของ Pirelli รุ่น P ZERO ยางล้อหน้าขนาด 225/40R18 ส่วนล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนยัดยางขนาด 245/35R18 หลังคาแบบพับเก็บได้ผลิตจากอลูมินั่มอัลลอยน้ำหนักเบา พร้อมกลไกพับเก็บแบบไฟฟ้าเช่นเดียวกับ Mercedes Benz SLK200 AMG

 
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
 

ทรงของรถที่ออกมาในแบบโรสเตอร์สองที่นั่งทำให้มีมุมมองที่ผสมปนเปกันระหว่างความกว้างและแบน ไฟท้ายแบบใหม่หลอด LED ฝาท้ายติดตั้งไฟเบรกดวงที่สาม สปอยเลอร์หลังก็ยังถูกปรับให้เข้ากับภาพลักษณ์ใหม่ โดยมีท่อระบายไอเสียแบบแยกสองฝั่งที่งดงามลงตัวและมีส่วนช่วยทำให้บั้นท้ายของ Mercedes Benz SLC300 AMG คล้ายกับส่วนท้ายของรถรุ่นพี่อย่างชัดเจน

 
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
 

ภายในที่เรียบง่ายแต่หรูของ SLC มีการปรับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพิ่มเติมเข้ามา พวงมาลัยแบบสปอร์ตทรงสามก้านฐานตัดหุ้มด้วยหนังแท้ มีสวิตช์มัลติฟังก์ชั่นปรับแต่งเสียงและระบบโทรศัพท์บลูทูธรวมถึงปุ่มเลือกโหมดการแสดงผลข้อมูล MID แป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ หรือ paddle shift ขนาดเล็กติดตั้งมาให้เหมือนเดิมเพื่อการเปลี่ยนอัตราทดด้วยตัวของคนขับเองในโหมดแมนนวล เชื่อมโยงการควบคุมอัตราทดของเกียร์อัตโนมัติแบบล่าสุด 9G-Tronic

 
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
 

พวงมาลัยหุ้มหนังของ R172 Minorchange 2016 มีรอบวงที่พอดิบพอดี โดยใช้การออกแบบให้จับได้กระชับมือด้วยร่องหยักบริเวณนิ้วโป้ง เพื่อเพิ่มความแม่นยำหรือกริ้บสำหรับการยึดจับที่มั่นคง พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันนี้รุ่นใหม่แบบปรับตั้งค่าได้ถูกออกแบบให้ทำงานสัมพันธ์ไปกับระดับความเร็วและโหมดของการขับเคลื่อน โดยมอเตอร์จะลดการทำงานเพื่อหน่วงพวงมาลัยให้หนักขึ้นเล็กน้อยที่ย่านความเร็วสูง 

 
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
 

หน้าปัดทรงกระบอกสไตล์สปอร์ตคลาสสิก กึ่งกลางของวงหน้าปัดเป็นจอแสดงผลของระบบต่างๆ ที่มีการปรับรายละเอียดและสีสันภายในที่แตกต่างจาก SLK200 AMG จอภาพแสดงผล MID ช่วยแจ้งให้ผู้ขับรับรู้ข้อมูลต่างๆ ในระหว่างการขับใช้งาน ชุดคอนโทรลระบบปรับอากาศอยู่รวมกับชุดเครื่องเสียงและลำโพงคุณภาพสูงของ Harman Kardon Sound System ห้องโดยสารของ Mercedes Benz SLC300 AMG Dynamic R172 คืองานตกแต่งที่มีความประณีตรวมถึงยังใช้รูปแบบของงานตกแต่งภายในเหมือนกับเจ้า SLK เบาะแบบสปอร์ตสีดำสลับแดงหุ้มหนังแท้เดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดงแสดงตัวตนอย่างชัดเจนว่าเป็นรถสปอร์ตพันธุ์แท้ ภายในตัวเบาะมีฟองน้ำหนาๆ รองเอาไว้เพื่อการนั่งอย่างสบายเนื้อสบายตัว ตำแหน่งท่านั่งใน SLC คันทดสอบต่ำและสามารถปรับเบาะให้เตี้ยลงได้อีกเท่าที่ต้องการจะเตี้ย เบาะไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ 3 ระดับ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการปรับตั้งท่านั่งที่สามารถบันทึกลงในหน่วยความจำและกดใช้งานได้ทันที

 
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
 

แดชบอร์ดผลิตจากวัสดุพวกโฟมเนื้อนิ่มขึ้นรูปห่อหุ้มด้วยวัสดุหนังเทียมคุณภาพสูงและมีสีดำเพื่อลดการสะท้อนแสง ช่องแอร์ทรงกลมสี่ตำแหน่งก็ยังเหมือนกับ SLK เนื่องจากเป็นรถสองที่นั่งซึ่งมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารไม่มาก SLC300 AMG Dynamic จึงให้ความรู้สึกที่คับแคบราวกับกำลังนั่งอยู่ในรถแข่งเตี้ยๆ ขนาดที่พอเหมาะพอดีของ Cockpit เน้นบรรยากาศแบบตัวแข่งเมื่อได้เข้าไปนั่งและมองเห็นอุปกรณ์ภายในของมัน

 
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
 

ปุ่มสวิตช์ปรับโหมดต่างๆ ทำจากวัสดุพวกอัลลอย ให้ผิวสัมผัสในการใช้งานอยู่ในระดับที่ดีโดยเชื่อมโยงการใช้งานของคนขับ จอมัลติฟังก์ชั่นบริเวณกึ่งกลางคอนโซลบรรจุโปรแกรมซึ่งเป็นฟังก์ชั่นระบบการสั่งงานล่าสุดของ Mercedes Benz มันคือจอแสดงผลของระบบให้ความบันเทิงแต่ไม่มีระบบนำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียมมาให้ หากอยากได้ระบบนำทางรุ่นใหม่คงต้องจ่ายเพิ่ม ชุดเครื่องเสียง CD วิทยุ AM/FM ช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์เล่นเพลงจากภายนอก ปรับตั้งเข้าโหมดควบคุมได้ด้วยสวิตช์ Comand Control ที่มีการปรับการทำงานใหม่หมด

 
      
      
 

ห้องโดยสารของ SLC R172 ยังมีไฟเรืองแสง Ambient Lighting ซึ่งเป็นหลอด LED ขนาดเล็กติดตั้งอยู่ที่แผงประตูและคอนโซลกลาง เพิ่มบรรยากาศยามค่ำคืนให้มีโทนสีที่อบอุ่นไม่มืดมากจนมองอะไรไม่เห็น

 
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
      
 

หลังคาแข็งแบบพับเก็บใน SLC R172 เป็นหลังคาโลหะ หลังคาแบบแมกนีเซียมช่วยทำให้น้ำหนักของชุดหลังคาเบาลง 4 กิโลกรัม ทำงานด้วยความเร็วในการเปิด-ปิดเพียง 20 วินาที SLC300 สามารถวิ่งด้วยความเร็วต่ำ ประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถกดสวิตช์พับหลังคาได้ แต่วิศวกรของ Mercedes Benz ไม่แนะนำให้ทำบ่อยๆ เนื่องจากกลไกไฮดรอลิกต้องรับแรงต้านจากกระแสลมที่เข้ามาปะทะ และอาจทำให้จุดยึดข้อต่อมีอายุการใช้งานหดสั้นลง วิธีที่ดีที่สุดซึ่งตามมาด้วยความปลอดภัยในการขับขี่ก็คือจอดอยู่กับที่แล้วค่อยกดปุ่มสั่งให้มันทำงานในการเปิดหรือปิดหลังคา ซึ่งจะทำให้ทรงของรถเปลี่ยนไปจากรถเปิดประทุนมาเป็นสปอร์ตคูเป้แบบฮาร์ตท็อป  ทรงด้านข้างดูดีถึงแม้จะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ทรงโค้งของแนวหลังคาบวกกับความยาวของสัดส่วนด้านหน้าเมื่อพับเก็บหลังคาลงแล้ว มันคือ Roadster ที่สมบูรณ์แบบด้วยสัดส่วนที่ลงตัวแบบหน้ายาวท้ายสั้นกุด ให้ความกระชับและมุมมองที่สมส่วนลงตัวสไตล์ Roadster บวกกับความตำ่เตี้ยติดดินของระดับความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องที่คุณจะต้องคอยระวัง

 
      
      
      
      
 

Air guide หลังพนักพิงศีรษะที่ติดตั้งมาให้ ช่วยลดเสียงลมปะทะและกระแสลมหมุนวนภายในห้องโดยสารยามพับหลังคาลง มันคืออุปกรณ์เสริม ซึ่งในอังกฤษเจ้าของรถจะต้องควักกระเป๋าเพิ่มอีก 300 ปอนด์ แต่ Mercedes Benz Thailand ให้มาฟรีๆ  บนชุดแต่ง AMG Dynamic แผ่นกันลมแสนกลจะพลิกตัวเองจากด้านหลังเพื่อปกป้องทรงผมของสุภาพสตรี (แต่ไม่น่าจะใช้งานได้ดีนักที่ย่านความเร็วสูง) แชสซีที่ยกมาทั้งยวงจาก SLK ทำงานได้ดีเทียบเท่า BMW Z4 E89 เมื่อจับคู่กับช่วงล่างแบบแมคเฟอร์สันสตรัทและมัลติลิงค์ พวงมาลัยไฟฟ้าที่ปรับเซตมาอย่างแม่นยำทำให้การขับแทบไม่ต้องออกแรงมากนักในการควบคุมทำให้ SLC300 คล่องแคล่วปราดเปรียวเหมือนรถเล็กเปิดหลังคาสมรรถนะสูงทั่วไป แถมยังมีฟิลลิ่งในการห้อคล้ายกับ SLK ทุกประการ

 
      
      
      
      
      
      
      
      
 

เกียร์อัตโนมัติลูกใหม่แบบ 9 สปีด 9G-Tronic ที่ประจำการใน SLC300 AMG ถือเป็นครั้งแรกของรถโรสเตอร์ในค่ายตราดาว เกียร์ใหม่ที่มีอัตราทดมากถึง 9 ตำแหน่งถูกปรับให้มีความเหมาะสมกับแรงบิดและสมรรถนะในการส่งกำลังด้วยการตัดช่วงทดให้สั้นลง เปิดช่องทางให้สมองกลเกียร์สามารถทดได้อย่างหลากหลายและรวดเร็ว เกียร์ 9 สปีดที่ปรับตั้งอัตราทดมาให้ใน SLC300 ยังแตกต่างจาก SLK200  New E-Class และ New GLC เนื่องจากการทำตัวเป็นสปอร์ตคาร์ที่จะต้องให้รสชาติของการทดกำลังต่างจากรถซีดานและ SUV ของแบรนด์ตราดาว

 
      
      
      
      
      
      
 

ฟังก์ชั่นขับเคลื่อนยังคงมีให้เลือกเหมือนเดิมทั้ง Sport / Sport + ผ่านการปรับตั้งค่าด้วย Dynamic Mode ขณะที่โหมดแมนนวลนั้นเกียร์ 9 สปีดจะไม่ทดขึ้นเกียร์สูงให้แม้เครื่องยนต์จะถูกเร่งรอบจนเข้าขีดแดง ช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช็คอัพพร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์เหมือนรุ่นพี่ SLK จานเบรกเหล็กพร้อมคาร์ลิปเปอร์เบรกหน้าแบบ 4 พอต ขนาดความกว้างของจานเบรกหน้า 330 มิลลิเมตร ส่วนจานเบรกหลังมีขนาด 300 มิลลิเมตร ท่อระบายไอเสียไล่จากจุดต่อเชื่อมกับเครื่องยนต์ผ่านหม้อพักท้ายแบบแยกสองฝั่งก็ยังถูกปรับให้มีซุ่มเสียงที่เร้าใจมากยิ่งขึ้น

 
      
      
      
      
      
      
      
      
 

Mercedes Benz SLC300 AMG เป็นโรสเตอร์เปิดหลังคาที่ลงตัวสมมาตรอย่างสมบูรณ์แบบ การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้ขับได้ดีขึ้นเกิดจากเครื่องยนต์ 2 ลิตรเบนซินเทอร์โบและแชสซีที่ดีเยี่ยม รูปทรงแบบหน้ายาวแบนกว้างและเตี้ยต่ำติดพื้นมีคุณภาพของงานประกอบระดับสูง มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการขับขี่ทั้งบนถนนแคบๆ ที่อุดมไปด้วยทางโค้งหรือบนทางไฮเวย์ยาวๆ เรือนร่างที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบยังดึงดูดสายตาของผู้คนรอบข้าง หลังคาแข็งแมคนีเซียมแบบพับเก็บได้เติมเต็มการใช้งานที่ให้อารมณ์หลากหลาย เหมาะกับการขับเล่นในวันหยุดสุดสัปดาห์ มันใช้งานในชีวิตประจำวันได้จริง แต่ไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร เนื่องจากพื้นที่อันคับแคบรวมถึงความเป็นรถสปอร์ตแบบสองที่นั่ง ซึ่งเมื่อพับหลังคาเก็บก็แทบจะไม่มีพื้นที่สำหรับการเก็บสัมภาระชิ้นโต

 
      
      
      
      
      
      
      
      
 

SLK R172 เปิดตัวในปี ค.ศ. 2011 ผ่านมา 5 ปี Mercedes Benz ปรับเปลี่ยนโฉมเล็กๆ น้อยๆ ให้กับ SLC รุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มความดึงดูดด้วยการเติมความสดใหม่ให้กับอุปกรณ์บางอย่าง ผมขับเจ้า SLC300 AMG Dynamic อย่างทะนุถนอม รถทดสอบคันนี้วิ่งมาแค่ 2,000 กิโลเมตร ถือว่าน้อยมากสำหรับรถทดลองขับที่ Mercedes Benz Thailand ส่งเข้าประจำการในฝูงรถทดสอบของลูกค้าและสื่อมวลชนในแบรนด์ตราดาว เครื่องยนต์ตัวใหม่แบบเบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบ ปริมาตรความจุ 2 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ให้กำลัง 245 แรงม้า กับแรงฉุดลากหรือแรงบิดมากถึง 370 นิวตันเมตร แรงบิดรอบต่ำเริ่มตั้งแต่ 1,300 รอบต่อนาทีเป็นต้นไป โดยแทบจะไม่มีอาการรอรอบ ทำให้สปอร์ตเปิดหลังคารุ่นเล็กคันนี้ขับได้สนุกเร้าใจมากยิ่งขึ้น

 
      
      
      
      
      
      
      
      
 

อัตราเร่งจาก 0-100 ใน 5.8 วินาที เร็วขึ้นเกือบๆ 2 วินาที เมื่อเทียบกับ SLK200 AMG คือความพยายามบวกความตั้งใจในการเอาชนะรถสปอร์ตอย่าง BMW Z4 เครื่องยนต์ตัวใหม่มีการปรับเปลี่ยนท่อระบายไอเสียเพื่อปรุงแต่งเสียงท่อให้เป็นเสียงที่น่าฟังมากยิ่งขึ้น เสียงครางในรอบต่ำกลายเป็นเสียงคำรามแน่นๆ เมื่อคันเร่งถูกกดลงจนสุดแถบ 4,000 ไปจนถึง 7,300 รอบต่อนาที เสียงการทำงานของเครื่องยนต์มีความสม่ำเสมอเป็นธรรมชาติ แม้จะเป็นเครื่องยนต์ตัวเล็กความจุแค่ 2 ลิตร แต่วิศวกรของแบรนด์ตราดาวก็ยังปรับปรุงเสียงเครื่องยนต์ให้น่าเกรงขามเหมือนที่เคยเป็นมาในอดีต

 
      
      
      
      
      
      
      
      
 

การได้ยินเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตโรสเตอร์ เชื้อชวนให้คนขับจินตนาการไปถึงการทำงานของลูกสูบและอากาศที่ไหลเข้าไปในท่อไอดี เกิดจากการค้นคว้าปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมาอย่างยาวนานของ Mercedes Benz สำหรับตัวเลขความเร็วปลายที่สามารถทะยานไปถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นไม่เหมาะที่จะขับเร็วขนาดนั้นในรถเปิดหลังคา ชาติพันธุ์ของ Roadster นั้นถูกออกแบบมาให้ขับสนุกก็จริง แต่ควรใช้ความเร็วที่เหมาะสมมากกว่าจะเอามาอัดหนักๆ แบบต่อเนื่อง การขับแบบกินลมชมวิวไหลไปเรื่อยๆ ดูจะเหมาะสมกับ SLC300 AMG มากกว่าจะเอามาขับซิ่งขับเร็วแบบท้านรก แม้มันจะถูกสร้างขึ้นมาสำหรับการขับเร็วๆ

 
      
      
      
      
      
      
      
      
 

เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง BMW Z4 sDRIVE 20i หรือ Porsche Boxster 718 เจ้า Mercedes Benz SLC300 AMG เหนือกว่านิดๆ ในด้านอุปกรณ์ส่งกำลัง เกียร์แบบใหม่ 9-G Tronic ที่มีให้คุณได้สับเล่นถึง 9 สปีด ทำให้ SLC300 AMG เป็นโรสเตอร์คันเดียวในห้วงเวลานี้ที่มีเกียร์อัตราทดหลากหลายมากที่สุด คุณสามารถขับแบบอัตโนมัติหรือขับแบบชิฟเกียร์เองแบบเกียร์แมนนวลผ่านแป้นควบคุม Paddle Shift หลังพวงมาลัย ซึ่งการทำแบบนั้นบนเส้นทางภูเขาจะช่วยมอบความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ เกียร์ 9-G Tronic ยังมีความสามารถด้านการทดกำลังแรงบิดแบบต่อเนื่อง แรงบิด 370 นิวตันเมตรที่ส่งมาจากเครื่องยนต์ถูกเทลงไปในล้อหลังได้เหนือกว่าเกียร์เก่าแบบ 7 สปีด หรือ 7-G Tronic Plus รวมถึงการวิ่งด้วยความเร็วคงที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ยังมีความประหยัดมากกว่าเกียร์ 7-G Tronic จากอัตราทดของเกียร์ 9 หรือเกียร์ Overdrive ที่กดรอบเครื่องยนต์เอาไว้แค่ 1,800 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่เกียร์ 7 ไม่ใช่เกียร์ 8-9 บ่งบอกถึงเกียร์ท้ายๆ ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงเมื่อต้องวิ่งด้วยความเร็วคงที่ยามเดินทางไกลบนไฮเวย์

 
      
      
      
      
      
      
      
      
 

การเร่งความเร็วเพื่อแซงใน SLC300 AMG มีความมั่นคงที่จะส่งมอบความมั่นใจในการควบคุม อาการท้ายปัดเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกิดขึ้นในลักษณะที่ไวกว่า Mazda MX-5 อยู่นิดๆ การหักพวงมาลัยในองศาที่มากเกินไปพร้อมๆ กับการเดินคันเร่งจนแรงบิดของล้อหลังไม่สามารถถ่ายเทลงพื้นถนนได้หมด จะทำให้รถเกิดอาการหมุนคว้างได้ง่ายๆ โดยเฉพาะการขับบนผิวถนนที่เปียกลื่น อาการเหล่านี้เป